Menu

th en

 
 
A+ A A-

ร่วมแสดงความคิดเห็น.

..
ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่างระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยการดำเนินคดีเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ

ร่วมแสดงความคิดเห็น ร่างระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยการดำเนินคดีเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของกรมเจ้าท่า http://www.md.go.th/ หรือ http://www.lawamendment.go.th หรือร่วมแสดงความคิดเห็น และตอบกลับได้ที่สำนักกฎหมาย E-Mail : This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.




เอกสารแนบ :


ร่างระเบียบกรมเจ้าท่า ว่าด้วยการดำเนินคดีเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ

ความคิดเห็นที่ 1
โดย กัลยา เอี่ยมสอาด This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. (25/06/2560)

รัฐบาลควรให้ความชัดเจนในการประกาศใช้กฎหมายมากกว่านี้ สงสารชาวบ้าน ที่ในอดีตข้าราชการไม่บังคับใช้กฎหมายเดิม พอมีกฎหมายใหม่ก็รีบประกาศใช้ ไม่เจอกันครึ่งทาง คนรับผลกระทบคือประชาชนตาดำ ที่ทำมาหากินกับวิถีริมน้ำ หรือ ชาวบ้านริมน้ำ (ไม่รวมนายทุน)

ความคิดเห็นที่ 2
โดย กัลยา เอี่ยมสอาด This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. (25/06/2560)

รัฐบาลควรให้ความชัดเจนในการประกาศใช้กฎหมายมากกว่านี้ สงสารชาวบ้าน ที่ในอดีตข้าราชการไม่บังคับใช้กฎหมายเดิม พอมีกฎหมายใหม่ก็รีบประกาศใช้ ไม่เจอกันครึ่งทาง คนรับผลกระทบคือประชาชนตาดำ ที่ทำมาหากินกับวิถีริมน้ำ หรือ ชาวบ้านริมน้ำ (ไม่รวมนายทุน)

ความคิดเห็นที่ 3
โดย พรสุข สุขเจริญ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. (25/06/2560)

การดำเนินคดีย้อนหลังไป 45 โดยใช้หลักกฎหมายที่มีในอดีต ไม่สมควรเกิดขึ้นต่อประชาชนทุกกรณี เพราะการล่วงล้ำทางน้ำเกิดจากความเพิกเฉยของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ควรกำหนดหลักเกณฑ์ ณ ปัจจุบันเป็นต้นไป และประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงส่วนราชการ และประชาชนให้มากกว่าที่ผ่านมาในอดีต

ความคิดเห็นที่ 4
โดย สุทธินี นุชถาวร This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. (26/06/2560)

การร่างกฏหมาย หรือแก้ไขกฏหมาย ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างกฏหมาย แต่พรบ.ฉบับนี้ เท่าที่รู้ ไม่เห็นมีการแจ้งประชาชนให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการร่างกฏหมาย วิถีชีวิตของชาวบ้านริมฝั่งน้ำอยู่อาศัยตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย บ้านก็บ้านหลังเก่า แม่น้ำก็แม่น้ำสายเก่า จะมีบ้างก็เวลาน้ำขึ้นแม่น้ำก็จะรุกล้ำเข้าไปในบ้าน อันนี้แสดงว่ารุกล้ำจริง แต่น้ำรุกบ้านคนน่ะ เวลาน้ำลง สะพาน สิ่งก่อสร้างต่าง ๆ ก็อยู่ปลายน้ำ ตั้งแต่เกิดวิถีชีวิตก็เป็นอย่างนี้ กรมเจ้าท่าไม่เคยบอกกล่าวประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรู้ ว่ายังมีพรบ.การเดินเรืออยู่เงียบหายไปเกือบ 30 ปี แล้วมาประกาศใช้ พรบ. ฉบับปัจจุบัน จะเรียกค่าปรับตารางเมตรละ 500 บาท คนริมน้ำก็อยู่มาหลายร้อยปี คนริมน้ำไม่ใช่เศรษฐีถึงจะมีเงินมาจ่ายค่าปรับมหาโหดนี้ ทำมาหากินไปวัน ๆ ยิ่งภาวะเศรษฐอย่างนี้ ถึงเป็นเจ้าของเรือประมงก็ไม่มีเงินหรอก เพราะกรมเจ้าท่าเดี่ยวก็ให้เรือประมงทำโน่น ทำนี้ เช่น เรียกเข้ามาวัดขนาดเรือ เรือกำลังออกทะเลหาปลาหาหมึกจะได้ปลาได้หมึกก็ตอนเดือนมืดเนี่ยแหล่ะ ก็เรียกให้เรือประมงเข้า มาวัดขนาดเรือ วัดขนาดครั้งแรก ก็บอกใช้ไม่ได้ ต้องวัดขนาดเรืออีกครั้ง (สงสัยเรือมันกินน้ำมันแล้วเรือโตขึ้นน่ะ) เจ้าของเรือก็ต้องเสียโสหุ่ย จับปลาจับหมึกไม่ได้ขาดทุน พอไปแจ้งขอใบอนุญาตก็บอกเรือผิดประเภท ออกให้ไม่ได้ ต้องจอดเรือทิ้งให้ผุพังไปเอง เปลียนอาชีพใหม่ (อันนี้ในกรณีที่เจ้าของเรือมีเรือลำเดียวน่ะ) เรือประมงที่ทำผิดกฏหมายไม่ใช่เรือประมงชายฝั่ง แต่เป็นเรือใหญ่ไปหากินตามแนวชายแดนประเทศอินโดโน้น การจะประกาศใช้ พรบงฉบับนี้ ควรทำประชาพิจารณ์ก่อนให้ประชาชนมีส่วนร่วม วางหลักเกณฑ์ และกำหนดวิธีการที่แน่ชัดก่อนประกาศใช้ พรบ. ไม่ใช่รีบประกาศใช้เลย พอไปแจ้งก็จะเรียกเก็บค่าเขียนแบบก่อสร้าง ก็มันสร้างไปแล้วจะมาเอาค่าเขียนแบบทำไมอีก สร้างมาร้อย ๆ ปีแล้ว ถ้าแบบไม่ดี พังไปนานแล้ว คนสมัยก่อนก่อสร้างไม่มีการโกงกินฉะนั้นสิ่งก่อสร้างย่อมไม่พังง่าย ๆ เหมือนปัจจุบัน ค่าปรับจะเขียนจะร่างจะเอาเท่าไรก็ได้ แต่คำนึงถึงว่าคนมีปัญญาจ่ายให้หรือปล่าว ขอให้ท่านเข้าใจวิถีชีวิตชาวบ้านริมฝั่งน้ำด้วย

ความคิดเห็นที่ 5
โดย ภาสกร สิทธิบุศย์ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. (26/06/2560)

ชุมชนริมน้ำประชาชนอาศัยกันมานานและเพิ่มขยายมากขึ้นท่านควรคุมกำเนิดการรุกล้ำใหม่ไม่ใช่แก้ปัญหา แบบ ขายผ้าเอาหน้ารอดแก้ที่ปลายเหตุ ใครผิด ล่ะ ที่ปล่อยปะละเรย จน ชาวบ้าน อาศัยรุ่นสู่รุ่นแล้วจะมาไล่รื้อไล่จับ เปนถึงผู้นำควรใช้สมองในการทำงาน อย่าคิดแต่จะสร้างผลงาน จนลืมไปว่า ผู้อยุ่อาศัยริมนำคือประชาชนที่ประกอบอาชีพสุจริต ไม่งอมืองอตีน หรือแบมือขอเงินใคร แล้ว คนที่อยุ่ก่อน2515 ถามสิว่ามีแบบก่อสร้างไหม แล้วก่อสร้างแบบถาวร ผิดกฏหมายหรืแไม่ จะบังคับใช้กฏหมาย ควร บังคับใช้ให้หมดอย่าเลือกปฏิบัตแบบ2มาตรฐาน นะอายอนุชนรุ่นหลัง บ้าง

ความคิดเห็นที่ 6
โดย วินัย ทองอยู่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. (26/06/2560)

กฎหมายควรอยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงค่าปรับและค่าธรรมเนียมน่าจะอยู่ในเกณฑ์ที่ประชาชนพอรับใด้ไม่มีใตรอยากทำผิดกฎหมายแต่กฎหมายควรคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนชุมชนริมน้ำแต่ไม่ให้ใช้ประโยชนจากสายน้ำแล้วพวกเราจะอยู่ริมน้ำกันอย่างไร เปรียบเทียบว่า ถ้าบ้านอยู่ติดถนนแต่ไม่ให้พวกเขาใช้ประโยชนจากถนนจะใด้หรือ... มันไม่ต่างกันเลยครับ ขนบธรรมเนียมวิถิชมชนท้องถิ่นความหลากหลายทางวัฒนธรรมกำลังจะสูญหายไปในทันทีที่กฎหมายพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทยว่าด้วยการดำเนินคดีเกี่ยวกับสิ่งล่วงล้ำลำน้ำบังคับใช้หากไม่ปรับปรุงแก้ไขอย่างแน่นอน ถามว่าใครใด้ประโยชนฺจากข้อกฎหมายนี้ แทบจะไม่มีเลย เพราะค่าปรับแบบนี้ประชาชนในชุมชนริมน้ำคงไม่มีเงินจ่ายแน่คงต้องจำต้องรื้อถอนโดยไม่มีข้อแม้ วิถีชมชนถูกทำลาย นักท่องเที่ยวทีเคยมาเที่ยวดูวิถีชุมชนเขาจะมาเที่ยวดูอะไร การท่องเที่ยวถูกทำลาย ชาวบ้านประกอบอาชีพท้งถิ่นไม่ใด้ คนว่างงาน อาจต้องเข้าเมืองเพื่อหางานทำ มีแต่ปัญหามากมายที่เกิดขึ้นแน่ถ้ากฏหมายฉบับนื้มีผลบังตับใช้ ขอเถอะครับ....ขอความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านชุมชนริมน้ำค้วยเถอครับ

ความคิดเห็นที่ 7
โดย Natt Sang This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. (26/06/2560)

ฟังเสียงประชาชนบ้างครับ ตอนนี้เค้าสับสนและกังวนใจ ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น....



ร่วมแสดงความคิดเห็น / ให้ข้อมูลเพิ่มเติม

  ชื่อ นามสกุล *

  e-mail *

  ความคิดเห็น*


  รหัสความปลอดภัย *
GHA6FU

  กรอกรหัสความปลอดภัย *

* ต้องกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน